ยินดีต้อนรับสู่เว็บคนรัก Bangbaht

ยินดีต้อนรับสู่เว็บคนรัก Bangbaht

FYB มันแปลว่า Fuck You Bitch
แล้ว Fuck You Bitch มันแปลว่าไร 555555



ชูบ้องแล้วหมุนๆชูบ้องขึ้นโบกไป­มา , ชูบ้องแล้วหมุนๆชูบ้องขึ้นโบกไป­มา
ชูบ้องแล้วหมุนๆชูบ้องขึ้นโบกไป­มา , ชูบ้องแล้วหมุนๆชูบ้องขึ้นโบกไป­มา
ไม่ว่าดูดเท่าไหร่มันก็ยังคงไม่­พอ สมุนไพรฉันรักเธอมาจากไหนกันหนอ ใครก็พูดกันเขาหาว่าเธอไม่ดี
นั้นพวกเขาไม่เข้าใจความดีที่เธ­อนั้นมี ฉันนั้นไม่สามารถขาดเธอได้เลย เมื่อไม่ได้ดูดโลกทั้งใบมันไม่เ­หมือนที่เคย ฉันรักเธอผู้เดียวไม่เปลี่ยนไป เธอทำให้โลกของฉันนั้นเป็นสีเขี­ยว ฉันรู้สีกดีแม้เจอเธอเพียงผู้เด­ียว ทุกครั้งที่เจอเธอทำให้ฉันหัวเร­าะ ไม่ว่าจะพูด ไม่ว่าจะแร๊ป จะทำยังไงก็เพราะ จะรักเธอจนวันตาย . .






ถ้าผมกอดคุณอย่างนี้จะเป็นไรไหม­?
ถ้าผมจับคุณอย่างนี้จะเป็นไรไหม­?
ถ้าผมจูบคุณอย่างนี้จะเป็นไรไหม­?
ถ้าเราอยู่ใกล้ชิดอย่างนี้จะเป็­นไรไป?
หอมกลิ่นเกสร... เกสรดอกไม้..
หอมกลิ่นคล้าย..คล้าย..เจ้าสูขอ­งเรียมเอย...
#.....แค่ยากจะ..ชวนเธอมาห้องแห­่ง...ความรัก
......เธอมั่นใจได้เลยว่า...นี้­คือ...แห่งความรัก
......ไม่ต้องเขิน...ไม่ต้องอาย­..เพราะคืน..นี้โดน..แน่ๆ..
.......ถ้าเธอไม่แก้ l'lssม..รับรองคืน''นี้''เธอคงแ­ย่....!!!

. ก้อไม่ใช่คนโหดร้ายแต่ขอร้อง
อย่าบีบกู..เพราะกูไม่ค่อยได้จี­บสาว
มีแต่สาวจีบ กู ♥

LEAN คือเครื่องดื่มที่มีลักษณะเป็นเ­­­หมือนยาแก้ไอชนิดน้ำเชื่อมที่­ม­ี­ส่วนผสมของสารเสพติด ส่วนผสมหลักของมันคือยาแก้ไออย่­­­างแรงที่มีส่วนผสมของCodeineซ­ึ­่­งเป็นสารที่สกัดได้จากฝิ่นแ­ละ­มอ­ร์ฟีน และก้อนี้คือรายชื่อยาที่มีส่วน­ผสมคล้ายกับLEAN BLUCO (บลูโค) TD> CODEPECT (โคดีเปค) CODESIA (โคดีเซีย) CODEINE GPO (โคเดอีน จีพีโอ) CODICET (โคดีเซท) MASAPARA W/ CODEINE (มาซาพารา วิท โคเดอีน) NEOPECT (นีโอเปค)TD> ROLAR (โรลาร์) ROPECT (โรเปค) ROTUSS (โรทัส) SECO (เซโค) TERCO – C (เทอร์โค-ซี)
ผมทำยังไง to make you my wife หลงรักเธอตั้งแต่ first sight เธอนั้นแหละีที่โดนใจ ก็บอกได้เลยว่าเธอต้องการอะไรแล­้วผมจะหามาให้เธอ

DJ SG

ชีวประวัติ
The DJ SG Bangkok ผู้ที่ฝีมือและลีลาในการเปิดแผ่นของเขากำลังเป็นที่เลื่องลือในทุกย่านแสงสี เป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว ที่ดีเจเอสจี ได้สร้างความสุขให้เหล่าผู้ฟังด้วยการผสมผสานดนตรี ฮิปฮอป อาร์แอนด์บี เรกเก้ ร๊อค และอีเลคโทรนิก ในฐานะหนึ่งในสมาชิกกลุ่มศิลปินฮิปฮอปเลือดไทย-แอลเอ นาม ไทยคูณ ดีเจเอสจี ได้สร้างสรรค์จังหวะ และทำนองที่ติดหูให้สมาชิกในวง และต่อยอดชื่อเสียงให้กับตัวเองด้วยการติดอันดับหนึ่งใน ดีเจในผับ ที่มีชื่อเสียงที่สุดในกรุงเทพฯ และเป็นสมาชิกกลุ่ม Bangkok Invaders กลุ่มดีเจที่มีชื่องเสียงอันดับต้นๆของเอเชีย
แม้ว่าชื่อเสียงของเขาจะเป็นที่พูดถึงในระดับประเทศ ดีเจเอสจี ยังคงมุ่งหน้าที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ซึ่งก็คือดนตรี และหาความรู้ใหม่ๆที่จะพัฒนาตัว และแนวทางที่จะแบ่งปันสิ่งที่เขาหลงไหลสู่สังคมตลอดเวลา ความตั้งใจ และความมุ่งมั่นในการทำงานของดีเจเอสจี ไม่ได้ลดน้อยลงไปเลยตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเดินในเสิ้นทางสายดีเจเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ ดีเจเอสจียังคงถ่อมตน เป็นกันเองกับผู้ฟัง และเต็มใจจะสร้างความสุขให้กับทุกคนในทุกที่ที่ไป
เกิดและโตในลอส แองเจลิส แคลิฟอร์เนีย ดีเจเอสจี ค้นพบตัวเองว่าหลงไหลในดนตรีตั้งแต่อายุยังน้อย เขาใช้ช่วงเวลาส่วนใหญ่ในชีวิตวัยรุ่นไปกับการทดลองมิกซ์เพลง และอัดเพลง ข้างๆตัวเขาต้องมีอุปกรณ์บันทึกเสียงอย่างได้อย่างหนึ่งตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเทปบันทึกเสียงหรือเครื่องอัดเสียง ด้วยความพยายามที่จะเลียนแบบดีเจรุ่นพี่ตามนับปัดวิทยุคลื่นฮิปฮอปชื่อดัง อย่าง KPWR 106FM, KKBY 92.3FM – DJ Hideo, DJ Enrie, DJ Vice และ Baka Boyz ประกอบกับความหลงไหลในรายละเอียดต่างๆและความสมบูรณ์แบบ ทำให้ผลงานชิ้นแรกของดีเจเอสจี ออกมาไร้ที่ติ และเป็นที่ฮือฮา ถึงมาจะเป็นการแสดงที่สนามเด็กเล่นของโรงเรียน
ในปี 2002 ดีเจเอสจี เริ่มรับงานแสดงตามไพรเวทปาร์ตี้ และงานของมหาวิทยาลัยต่างๆใน ซานดิเอโก้ ความต้องการของฝูงชนได้นำอาชีพการเป็นดีเจของเอสจี ไปสู่การเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทรับจัดอีเวนท์ในนาม Blackout Entertainment ในปี 2004 ด้วยการบริการรับเปิดแผ่นตามงานต่างๆไปทั่วแคลิฟอร์เนียใต้ ฝีมือของเอสจี ก็ไปเตะตาโปรโมเตอร์ของผับท้องถิ่น ชื่อว่า ClimaxSD (ภายใต้สังกัด Climax Global) ที่กำลังเฟ้นหาดีเจหน้าใหม่มาอยู่ในสังกัด และเพียงไม่นาน ชื่อของดีเจเอสจีก็ได้ไปอยู่ในรายชื่อของผู้ที่จะต้องขึ้นไปโชว์ฝีมือในย่านตัวเมืองของ ซานดิเอโก้ Gaslamp District ที่เป็นที่รู้จักในระดับโลก
ระหว่างปี 2004 – 2009 ได้มีโอกาสไปแสดงฝีมือในสถานที่อันหลากหลาย ตั้งแต่ผับสุดหรูในฮอลลีวูด ถึงบาร์ริมหาดในซานดิเอโก้ โดยยังคงรับงานประจำเปิดแผ่นทุกอาทิตย์ให้ผับระดับตำนานในซานดิเอโก้ อย่าง Bar Dynamite, Air Conditioned Lounge, Sinniteclub และ Moondoggies และผลงานของเขาในช่วงนั้นได้เปิดโอกาสให้เขาได้พบปะกับศิลปินชื่อดังอย่าง Three 6 Mafia และ Far East Movement และดีเจชื่อดัง อย่าง DJ Quickie, DH Virmin และ DJ Rocky Rock แห่ง The Black Eyed Peas
ในช่วงต้นปี 2009 ช่วงเริ่มก่อตั้งกลุ่มศิลปินไทยคูณ ดีเจเอสจีได้ถูกรับเชิญให้เป็นสมาชิกในวงอย่างเป็นทางการ และได้รับโอกาสให้เล่นเป็นวงเปิด ของวงดนตรีร๊อคชื่อดัง แคลช ในช่วงที่ไปเล่นคอนเสิร์ตที่ Key Club ในฮอลลีวูด  นอกจากนั้นไทยคูณและดีเจเอสจี ยังเป็นกลุ่มศิลปินไทยกลุ่มแรกที่ได้ขึ้นแสดงที่ Palladium ฮอลลีวูด ในฐานะวงดนตรีเปิดในการแสดงทัวร์เดี่ยวไมโครโฟนของ โน๊ต อุดม และยังได้เป็นวงดนตรีเปิด ของกลุ่มศิลปินฮิปฮอปรุ่นพี่อย่าง ไทยเทเนียมในคอนเสิร์ตและมหกรรมดนตรีอย่าง Seed Show, Blend United Laser Concert และ Pattaya Music Festival  และเอสจียังรับงานประจำเปิดแผ่นที่ผับชั้นนำของกรุงเทพฯ อย่าง Route 66, Slim, Q Bar, Bed Supperclub และ Fabrique
ในปี 2010 ดีเจเอสจี ได้รับคำเชิญโดยตรง จากสองดีเจชาวไทยที่โด่งดังระดับโลก ดีเจบุดด้า และดีเจโอโน่ให้เข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม Bangkok Invaders กลุ่มดีเจมือทองระดับท๊อปของเอเชีย หลังจากนั้นไม่นานในปี 2010 ดีเจเอสจี ก็ย้ายมาอยู่ที่ประเทศไทยเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงาน และพัฒนาฝีมือในการทำดนตรี ถ้าไม่เปิดแผ่นอยู่ในผับ ก็จะง่วนอยู่กับการทำมิกซ์เทปอย่าง Bangkok Invaders: Western Conference ที่เกิดจากความร่วมมือของ ดีเจ Tony B แห่ง Bangkok Invaders รวมไปถึง The Bangkok Dangerous Mixtape กับสมาชิกร่วมวงไทยคูณ อย่าง เดนิส เดอะเมนาซ
ด้วยความตั้งใจพัฒนาตัวเอง และ ความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ในปี 2012 นี้ชื่อเสียงของ ดีเจเอสจี ยังคงดูเหมือนจะเติบโตไปเรื่อยๆอย่างไม่หยุดยั้ง  ตอนนี้ดีเจเอสจียังเป็น ดีเจประจำ Route 66 และ Ambar
DJ SG official website: www.thedjsg.com 
NUKIEPEE คือหนึ่งในสมาชิกของวง NEFHOLE และยังเป็น Producer, Beat maker, Director ของ NEFHOLE Production ด้วย NUKIEPEE ได้เริ่มเข้าสู่เส้นทางสายดนตรีฮิพฮอพอย่างจริงจังเมื่อปี 2007 โดยเริ่มไต่เต้าจากงานประกวดของ Singha ในงานที่มีชื่อว่า Singha present Battle of the year ในปี 2007 และปี 2008 โดยปี 2007 เขาได้รับรางวัลรองชนะเลิศระดับภาคอีสานและได้รับสิทธิ์เข้าไปแข่งรอบไฟนอลที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน และในปี 2008 ก็ได้เป็นตัวแทน 1 ใน 10 คน เข้าไปชิงชนะเลิศระดับประเทศเช่นกัน จากนั้นเค้าก็เริ่มเพอร์ฟอร์มวงขึ้นครั้งแรกที่จังหวัดนครรารชสีมา โดยใช้ชื่อวงว่า K.O.S.(King of side) และเขาก็ได้เริ่มทำเพลงอย่างจริงจัง จนเมื่อกลางปี 2008 กระแสฮิพฮอพซบเซา ทำให้สมาชิกในวงกระจัดกระจายกันไป ทำให้เขาตัดสินใจย้ายไปอยู่จังหวัดมหาสารคาม ได้เจอเพื่อนๆกลุ่มใหม่และเริ่มชักชวนทำวงอีกครั้งในชื่อวง Outlaw Brothers จากนั้นเขาก็เริ่มลงแข่ง Audio Battle ตามเว็บไซต์ต่างๆ ทำให้มีคนรู้จักเขามากขึ้น จากนั้นปลายปี 2008 ก็ได้คลอดอัลบั้มของวงออกมาในชื่ออัลบั้มว่า Outlaw brothers : Begin from basic ซึ่งยอดขายในตอนนั้นถือว่าเป็นที่น่าพอใจเลยทีเดียว แต่ไม่นาน สมาชิกในวงจำเป็นต้องมีการแยกย้ายและปรับเปลี่ยนอีกครั้ง วง Outlaw brothers จึงสิ้นสุดลง แต่ NUKIEPEE ยังคงกระหายที่จะทำเพลง เค้าเลยตัดสินใจออกตามหาสมาชิกใหม่ เลยได้สมาชิกเดิมจากวง Outlaw brothers บางคน และเพิ่มสมาชิกใหม่เข้าไป และรวมตัวในชื่อวง NEFHOLE จากนั้น NEFHOLE ได้ออกเอ็มวีตัวแรกของเขาออกมา ชื่อเพลง We don’t give s fuck ซึ่ง ณ เวลานั้น ถือว่าเอ็มวีตัวนี้เป็นที่ฮือฮามากพอสมควรในวงการฮิพฮอพอันเดอร์กราวน์ จากนั้น NEFHOLE และ NUKIEPEE ก็ทยอยปล่อยซิงเกิลและเอ็มวีตามมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทุกคนคุ้นแลติดหูในชื่อนี้ ต้นปี 2010 NEFHOLE ได้ออกอัลบั้มแรกของพวกเขาและผลตอบรับถือว่าเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก NEFHOLE และ NUKIEPEE ยังไม่หยุดกระแสของพวกเค้าเองในปี 2011 NUKIEPEE ได้ปล่อยอัลบั้มเดี่ยวของเขาออกมาในอัลบั้มที่มีชื่อว่า In the middle of the silent night อัลบั้มนั้นเป็นอัลบั้มที่ทำให้คนรู้จัก NUKIEPEE มากขึ้นประกอบด้วยการก้าวไปโปรดิวซ์ให้กับ Illslick จาก Bangbaht และเป็น Director ให้กับเอ็มวีของ Illslick, Bangbaht, State of mind, M-Star ทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น จากนั้นเขาก็ได้เปิดตัวแบรนเสื้อผ้าของเขาในชื่อ NEFBRAND ที่ทุกคนรู้จักกันดีในคอลเล็กชั่น THAIRAP และเขาก็ได้เปิดค่ายบีทเล็กๆชื่อว่า NUKEBEAT เพื่อคอยซัพพอร์ทเด็กฮิพฮอพรุ่นใหม่ๆที่ต้องการมีบีทเป็นของตัวเองในราคาย่อมเยา ส่วนในปี 2012 นี้ NUKIEPEE และ NEFHOLE กำลังจะออก DVD Documentary ของ NEFHOLE มาให้เพื่อนๆได้ชมกัน ซึ่ง DVD ชุดนี้มีกำหนดจำหน่ายในวันที่ 3 พฤษจิกายนนี้
http://www.bangbaht.com/th/artists/nukiepee/
ชีวประวัติ
หนึ่งในสมาชิกวงไทยคูณที่ฝีมือในด้านลูกเล่นและความดุเดือดในการเล่นคำสลับภาษาไทย-อังกฤษอยู่ในระดับหาตัวจับยาก ด้วยความสามารถในการแต่งเนื้อเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้เดนิส เตโชภาส, เดนิส เดอะเมนาซ หรือเดนิสไทยคูณที่ทุกคนรู้จักกัน เป็นที่เลื่องลือในวงการฮิปฮอประดับอินเตอร์ในชั่วข้ามคืน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การต่อสู้บนเส้นทางบนสายฮิปฮอปในสไตล์ของเขา คำว่า “ความสำเร็จชั่วข้ามคืน” คงใช้นิยามได้ไม่เหมาะเท่าไหร่นัก
For Dennis it all began in the 90′s as an adolescent living in the suburbs of Los Angeles. As a teenager, he became involved in L.A.’s street gang culture as a troubled youth who was forced to mature at an accelerated rate. But through music, Dennis was able to transcend that dangerous lifestyle into the artform he is creating to this very day.
ย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยปี 90 ช่วงเวลาที่เดนิสเติบโตขึ้นมาในย่านชานเมืองของลอส แองเจลิส เมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่น ความคะนองตามประสาวัยรุ่นทำให้เดนิสเข้าไปพัวพันกับแกงค์อันธพาลของลอส แองเจลิส สภาพแวดล้อมสังคมชาวแกงค์บังคับให้เดนิสต้องโตเป็นผู้ใหญ่ในระยะเวลาอันสั้น  แต่ดนตรีได้เปลี่ยนให้เดนิสจากชาวแกงค์ที่ใช้ชีวิตเสี่ยงอันตรายไปวันๆ ให้กลายเป็นศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานดีๆอย่างทุกวันนี้
ตั้งแต่ได้ยินดนตรีฮิปฮอปเป็นครั้งแรง เดนิสก็หลงไหลในดนตรีสไตล์นี้เข้าอย่างจัง และเริ่มเขียนเนื้อร้อง แต่งเพลง และพัฒนาสไตล์ฮิปฮอปของตัวเองขึ้นมา โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก NAS, 2PAC และศิลปินฮิปฮอปชื่อดังของลอส แองเจลิส อีกหลายๆคน ในขณะที่ชาวแกงค์คนอื่นเที่ยวออกไปสร้างปัญหา ก่อความรำคาญให้สังคม เดนิสกลับเริ่มไปแสดงสดตามสถานที่ต่างๆให้กับผู้ชมกลุ่มเล็กๆ
ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง เดนิสมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับชุมชนชาวไทยที่ใหญ่ที่สุดในลอส แองเจลิสตั้งแต่เด็กๆ และด้วยความสัมพันธ์นั้น ทำให้เดนิสได้รู้จักกับศิลปินฮิปฮอปรุ่นพี่เชื้อสายไทย-แอลเอ คริส บุญมาก หรือเป็นที่รู้จักในนาม เคเค การพบกันของทั้งศิลปินฮิปฮอปทั้งสองเจเนอเรชั่นครั้งนั้น เป็นจุดกำเนิดของไทยคูณ สุดยอดวงดนตรีฮิปฮอปเลือด ไทย-แอลเอ
ความสำเร็จของวงไทยคูณชักนำสมาชิกในวงกลับมาที่ประเทศไทย ที่ที่เดนิสสามารถทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับงานดนตรีอย่างเต็มตัว เมื่อว่างจากการแสดงหรือการดำเนินชีวิตประจำวัน เขายังคงลับฝีมือในการแต่งเพลง และพัฒนาเขี้ยวเล็บให้กับสไตล์ดนตรีประจำตัว
พรสวรรค์ในการเขียนเพลงของเดนิสเริ่มเป็นที่รู้จักเมื่อเดนิสได้ถูกเชิญไปเข้าร่วมกลุ่ม M.E.M.(Money Exchange Movement) กลุ่มศิลฮิปฮอปชาวไทยที่มีสมาชิกเป็นศิลปินฮิปฮอปตัวสำคัญของวงการ P.Cess (เวย์), Big Calo แห่งวงไทยเทเนียม และ Dandee  แต่เมื่อ มิกซ์เทป “Bangkok Bullsh*t” ถูกปล่อยออกมา เขากลับรู้สึกว่า ผลงานนี้ยังไม่ใช่ตัวตนทั้งหมดของเขา
เมื่อโปรเจกต์ไทยคูณถูกพักไว้ชั่วคราว เดนิสก็เริ่มเดินหน้าทำมิกซ์เทปเป็นของตัวเอง “The Bangkok Bully Mixtape” และเริ่มสร้างชื่อเสียงตัวเองให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศไทย และระดับเอเชีย ตามติดมาด้วยผลงานชิ้นที่สอง “The Bangkok Dangerous Mixtape” เพื่อช่วยตอกย้ำความสามารถของเขาและสร้างฐานแฟนคลับใหม่ในทวีปเอเซีย
โปรเจกต์โชโลของเดนิสได้รับกระแสตอบรับอย่างท่วมท้น แต่แม้ชื่อเสียงของเขาจะกระจายออกไปไกลแค่ไหน เดนิสก็ยังคงเป็นที่พูดถึงในเรื่องของความถ่อมตน สำหรับเขาแล้ว ดนตรีเป็นเหมือนของขวัญ ที่ช่วยให้เขาหลุดพ้นจากสังคมชาวแกงค์ที่ไร้แก่นสารจากข้างถนนในลอส แองเจลิส มาสู่บนเวทีท่ามกลางแฟนเพลงนับหมื่น และเขายังไม่หยุดเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ด้วยเรื่องราวนับพันที่ถูกเล่าผ่านดนตรีของเดนิส เอ็มซีเลือดใหม่คนนี้ยังจะเติบโตไปอีกอย่างไม่สิ้นสุด
DISCOGRAPHY
ALBUMS/MIXTAPES
2009 Thaikoon “The Movement”
2009 Thaikoon Mixtape Vol. 1 “Straight Outta Thai Town”
2010 M.E.M. “Bangkok Bullsh*t”
2011 Thaikoon Mixtape Vol. 2 “Straight Outta Bangkok: Rated X”
2011 Dennis tha Menace – “The Bangkok Bully Mixtape”
2012 Dennis tha Menace – “The Bangkok Dangerous Mixtape”

APPEARANCES
2009 Thaitanium “Neva Wan Dem/All Star”
2010 Sona One featuring Dennis tha Menace & Dandee “Like a Dream”
2010 Day Diz featuring Dennis tha Menace “Skyrocket”
2011 Sons of Siam & Dennis Thaikoon “Superman”
2012  Big Ron featuring Ajay & Dennis tha Menace

ILLSLICK

ชีวประวัติ
ชื่ออิลสลิค ได้พุ่งสู่อันดับท๊อปของวงการดนตรีฮิปฮอปใต้ดินอย่างรวดเร็ว แม้แต่เจ้าตัวยังตั้งตัวไม่ติด ด้วยสไตล์ดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานระหว่าง อาร์แอนด์บี ฮิปฮอป และกลิ่นอายของ ความเป็นลูกทุ่งและลูกกรุง ทำให้ผลงานของ อิลสลิค อย่าง “I Need A Girl (Remix)” ft. KK Thaikoon และ “ใจร้าย Ft. Twopee Southside”   เป็นที่กล่าวขวัญถึงอย่างเร็วใน ยูทูป
จากจุดเริ่มต้นเล็กๆในเชียงใหม่ เข้าเริ่มสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองในปี 2006 ด้วยการปล่อย “Illslick Fixtape Vol.1” ด้วยกระแสตอบรับทั่วประเทศ ต่อมาในปี 2011 ผลงาน “Illslick Fixtape Vol.2 – Living Legend”  ฝีมือและชื่อเสียงของเขาเป็นที่รู้จักยิ่งขึ้น พร้อมกับเอ็มวี ที่ทุกตัวมียอดวิวสูงทะลุหนึ่งล้านวิวในยูทูป ความสำเร็จของ อิลสลิค และกระแสตอบรับของ Fixtape จากแฟนๆ ทำให้ “Illslick Fixtape Vol.3” ถูกปล่อยออกมาหลังจากนั้นไม่นานเพื่อเป็นการย้ำความสำเร็จอย่างไร้ผู้กังขา ในตลาดดนตรีใต้ดิน
DISCOGRAPHY
ALBUMS/MIXTAPES
Fixtape Vol. 1
Fixtape Vol. 2 – Livin’ Legend
Fixtape Vo. 3

APPEARANCES
Thaikoon – Thaikoon Mixtape Vol. 2, “Jood Gun Suk Nit”
MUSIC


ชีวประวัติ
ไทยคูณ, กลุ่มศิลปินฮิปฮอปเลือดไทย – อเมริกัน ที่มีต้นกำเนิดมาจาก ลอส แองเจลิส แคลิฟอร์เนีย เจ้าของเพลงยอดฮิตอย่าง “เถิบหน่อย” และ “หน้าด้าน” กลุ่มศิลปินไทยคูณมากรวมตัวกันในปี 2007 โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือการเผยแพร่ดนตรีฮิปฮอปในสไตล์แอลเอให้เป็นที่ประจักษ์ตอนผู้ฟังชาวไทย อัลบั้มเดบิวของพวกเขา “The Movement” ถูกปล่อยมาออกในปี 2009 และเป็นที่กล่าวขวัญถึงในกระแสดนตรีใต้ดินในทันที และหลังจากปล่อยอัลบั้มที่สอง “The Horizon” ดนตรีที่ผสมผสานระหว่างการแร๊ปที่ดุดัน และ สไตล์เพลง อาร์แอนด์บี โซล ของไทยคูณก็เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป
Thaikoon
ในช่วงที่กำลังทำอัลบั้ม “The Movement” ไทยคูณก็ได้รับเชิญไปเป็นเปิดให้ศิลปินไทยชื่อดัง เจ เจตริน และด้วยกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ทำให้ไทยคูณได้รับเชิญ ไปร้องเปิดให้กับศิลปินรุ่นพี่อีกหลายคน อย่าง บอดี้สแลม, ไทยเทเนียม, ซาซ่าม, นัท มีเรีย, แคลช รวมไปถึงสุดยอดเดี่ยวไมโครโฟนแห่งประเทศไทย โน๊ต อุดม แต้พานิช และได้ขึ้นแสดงในสถานที่ระดับตำนานอย่าง Avalon, The Key Club, Level 3, The Cabana Club, รวมไปถึง The Palladium แต่ถึงแม้ว่าตารางการเดินสายของไทยคูณจะยุ่งจนไม่มีเวลาพัก พวกเขาก็ยังสามารถแบ่งเวลามาผลิตผลงานออกสู่ตลาดใต้ดิน อย่าง “Thaikoon Mixtape Vol.1: Straight Outta Thai Town”
ปลายปี 2009 ไทยคูณก็ได้ปล่อยอัลบั้มแรก “The Movement” ที่ทั้งแต่งเนื้อ อัดเสียง และโปรดิวซ์ โดยศิลปินไทยคูณทั้งหมด ออกสู่ตลาดดนตรี อัลบั้มได้รับประแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมท่ามกลางหมู่ผู้ฟังชาวไทย และสร้างฐานแฟนคลับกลุ่มใหญ่ได้ในทันที ตามติดมาด้วยความสำเร็จของซิงเกิล “เถิบหน่อย” และ”หน้าด้าน” ที่เป็นที่เรียกร้องตามหน้าปัดวิทยุ
ในช่วงทัวร์โปรโมตอัลบั้ม ชื่อไทยคูณเป็นที่พูดถึงมากขึ้น จากการร่วมขึ้นแสดงในมหกรรมดนตรีใหญ่ๆ อย่าง Seed Show, Blend United Laser Show, และ Pattaya Music Festival เคียงบ่าเคียงไหล่กับศิลปินฮิปฮอปรุ่นพี่ผู้บุกเบิกวงการฮิปฮอปในประเทศไทยอย่าง ไทยเทเนียม และด้วยอัลบั้ม “The Movement” ไทยคูณได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินกลุ่มแรกในสังกัดของ ไทยเทเนียม เอนเตอร์เทนเมนท์
ด้วยประสบการณ์และความรู้มากมายที่ได้รับมาจากการปล่อยอัลบั้มแรก ไทยคูณเริ่มเก็บตัวเพื่อสร้างผลงานใหม่ให้เป็นปรากฏการณ์ในปี 2011 ด้วยการสร้างสรรค์ดนตรีสไตล์ใหม่ให้แต่แตกต่างจากดนตรีฮิปฮอปทั่วไปในประเทศไทย ถึงแม้จะมีกระแสเรียกร้องมากมายจากเหล่าแฟนคลับให้ปล่อยผลงานต่อไป ไทยคูณยังคงมุ่งหน้าเดินทางสิ่งที่สมาชิกทุกคงมุ่งมั่น คือการนำเสนอดนตรีฮิปฮอปสไตล์แอลเอให้เป็นที่รู้จักของประเทศไทยและตลาดดนตรีโลก
กลุ่มศิลปินไทยคูณประกอบด้วย เดนิส “เดอะ เมนาซ” เตโชภาส, กฤษฎา “เคเค” บุญมาก, วัชรพล “บิ๊กพี” หากลิ่นดี, ภาคภูมิ “แดนนี่ บี” บรรณทอง, และ สมสกุล “ดีเจ เอสจี” นารีวงศ์
DISCOGRAPHY
ALBUMS/MIXTAPES
2009 Thaikoon Mixtape Volume 1 “Straight Outta Thai Town”
2009 Thaikoon “The Movement”
2011 Thaikoon Mixtape Volume 2 “Straight Outta Bangkok”

APPEARANCES
2010 Thaitanium “Neva Wan Dem/All Star”, album “Still Resisting”
2011 Various Artists’ “The Bang Baht Mixtape”

MUSIC
.
JCN, Sean B & ILLSLICK - "เป็นไรไหม" [Pen Rai Mai]. Full song + Lyrics. 

หอมกลิ่นเกสร เกสรดอกไม้ หอมกลิ่นคล้าย คล้ายเจ้าสูเรี­ยมเอย

ถ้าผมกอดคุณอย่างนี้จะเป็นไรไหม­?
ถ้าผมจับคุณอย่างนี้จะเป็นไรไหม­?
ถ้าผมจูบคุณอย่างนี้จะเป็นไรไหม­?
ถ้าเราอยู่ใกล้ชิดอย่างนี้จะเป็­นไรไป?
หอมกลิ่นเกสร... เกสรดอกไม้..
หอมกลิ่นคล้าย..คล้าย..เจ้าสูขอ­งเรียมเอย...
.
JCN, Sean B & ILLSLICK - "เป็นไรไหม" [Pen Rai Mai]. Full song + Lyrics. 

หอมกลิ่นเกสร เกสรดอกไม้ หอมกลิ่นคล้าย คล้ายเจ้าสูเรี­ยมเอย

ถ้าผมกอดคุณอย่างนี้จะเป็นไรไหม­?
ถ้าผมจับคุณอย่างนี้จะเป็นไรไหม­?
ถ้าผมจูบคุณอย่างนี้จะเป็นไรไหม­?
ถ้าเราอยู่ใกล้ชิดอย่างนี้จะเป็­นไรไป?
หอมกลิ่นเกสร... เกสรดอกไม้..
หอมกลิ่นคล้าย..คล้าย..เจ้าสูขอ­งเรียมเอย...

THAIKOON (ไทยคูณ)
ไทยคูณ, กลุ่มศิลปินฮิปฮอปเลือดไทย – อเมริกัน ที่มีต้นกำเนิดมาจาก ลอส แองเจลิส แคลิฟอร์เนีย เจ้าของเพลงยอดฮิตอย่าง “เถิบหน่อย” และ “หน้าด้าน” กลุ่มศิลปินไทยคูณมากรวมตัวกันในปี 2007 โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือการเผยแพร่ดนตรีฮิปฮอปในสไตล์แอลเอให้เป็นที่ประจักษ์ตอนผู้ฟังชาวไทย อัลบั้มเดบิวของพวกเขา “The Movement” ถูกปล่อยมาออกในปี 2009 และเป็นที่กล่าวขวัญถึงในกระแสดนตรีใต้ดินในทันที และหลังจากปล่อยอัลบั้มที่สอง “The Horizon” ดนตรีที่ผสมผสานระหว่างการแร๊ปที่ดุดัน และ สไตล์เพลง อาร์แอนด์บี โซล ของไทยคูณก็เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป
เอาไว้ถึงเวลาที่พวกมืงมีเงินอย­ู่ในมือเมื่อไร แล้วเราค่อยมา talk bitches ไช่กุอาจจะแกล้งกุทำเป็นชมเหมือ­นว่ามืงเจ๋ง แต่ที่กุคิดในไจคือเบื่อจะ talk กับ bitches เอ่อ กุเป็นนักร้อง นักแร๊พ นักรัก แล้วก้ยังเป็นนัก fuck ด้วยในบางที สาวๆมองเหมือนเค้ารุ้จักก้มีชาว­บ้านเค้าเข้ามาทักสำหรับกุแล้วก­้ปกติกุถือเป็นลางดี ไช้ชีวิตไห้เต็มที่ทำไห้ทุกวันเ­ป้นวันดีๆนั้นแหละมันถึงจะเรียก­ว่าไช้ชีวิตอย่ามัวไปคิดมองไห้ไ­จหมองม่น ไม่ต้องกลัวของหมดต่อไห้มีแค่2ก­้ยังทำมืงสยองเคยได้ยินมั้ยมา2แ­ต่ว่าของครบ (ตัวอักษรไม่พอละ)
I still the same on me หน่ะไม่ใช่ซุปเปอร์สตาร์
ทุกวันก็อยู่กับโคโยตี้หนะแทบจะ­ทุกเวลา
ทุกคนที่กูเจอมา ล้วนแต่หวังถึงผลประโยชน์
แต่ทุกๆครั้งที่พวกมึงฟังหน่ะเพ­ลงกูดังแบบก้าวกระโดด

"Black And Yellow (G-Mix)"
(feat. Snoop Dogg, Juicy J, T-Pain)

[Wiz Khalifa]
Yea, Uh huh, you know what it is
Black and yellow [x4]
Yea, Uh huh, you know what it is
Black and yellow [x4]

[Chorus: Wiz Khalifa]
Yeah, uh huh, you know what it is
Everything I do, I do it big
Yeah, uh huh, screaming that's nothing
What I pulled off the lot, that's stunting
Repping my town when you see me you know everything
Black and yellow [x4]
I put it down from the whip to my diamonds, I'm in
Black and yellow [x4]

[Snoop Dogg]
Big Snoop Dogg and Wiz Khalifa
See on the West Coast I'm the big Chief-a
The grim reaper, maybe that, bring me back, yellow 'lac
Steeler logo in the back
We banging out, that Taylor gang
Dub to your face baby till you say my name
Don't get your clique served
So much black and yellow you would think I was from Pittsburgh
Encher, get yearn

[Chorus]

[Juicy J]
I'ma bumble bee lit up like a Christmas tree
Drinking Hennessy black, I'm from Tennessee
Juicy J make their way on my own two
Quarter mill for the Phantom, bitch I own you
And that go for every G that I'm fucking with
Black and yellow bitches all around me, yeah I dig
In their purse, gotta get that reimburse
On the bills and that purple pint of syrup
And I stay Louie down to the socks
Range, and watch, weed and glock
Beans to pop
My pants swoll with them rubber band knots
I'm getting old but them rubber bands not nigga

[Chorus]

[T-Pain]
You can catch me in my Lamborghini
(black and yellow, black and yellow)
I can rock it on the beat or a cappella, a cappella (uh ohh-oh uh boom)
Sideways in the turning lane (turning lane yaa...)
Fire flame I be burning man (burning man yaa...)
Teddy Pain about to hurt the game (game)
Took a break for a while I've been learning things (boom)
I learned how to tell a nigga fuck you then
(black and yellow, black and yellow)
All I do is fucking win (win)
I told you (told you)
And now I'm on
You thought it was over (over)
You thought I was gone (gone)
I'm going in, you don't have to let me, have to let me
Back from the dead like I'm Machiavelli, Machiavelli (boom)

[Chorus]

[Wiz Khalifa]
Black and yellow, all black and yellow
See me now they treating me like I'm somebody special
Smoking on that bud, know its me soon as they smell it
You can tell I'm the one who get it not the one who sell it
I grind everyday I'm balling I can't help it
Niggas on that bullshit my pockets full of Celtics
And them niggas hating on us get our best wishes
In the club you ain't even on the guest list bitch
Sound like you need to get your weight up
Go to sleep rich and count another million when I wake up
They wondering how I do my thang, two words, Taylor Gang
Remix g-shit
The champagnes poured nigga the weeds lit
Little mama clothes falling like the leaves in the fall
Ain't worry about your friends so bring 'em all

[Chorus]

เมากัญชา Everyday อยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเช้าหรือว่าจะค่ำก็อาจจ­ะพูดไม่ค่อยเป็นคำเพราะดูดไปหลา­ยหลุม ต้องดูคนที่การกระทำไม่ใช่ว่ามอ­งแค่เพียงผ่านๆ เพราะความคิดผมสวยงามกว่าสิ่งที­่เป็นหลายขุม ♥ ..

แหงนมองไปที่บนฟ้า แล้วเมื่อไหร่นะที่เธอจะลงมา จะให้ปีนขึ้นไป คงไม่มีปัญญา แต่จะคอยเฝ้าดูเธอ ฉันสัญญา ..

โหลดเพลงคลิก

โหลดเพลงดาวค้างฟ้า, ดาวค้างฟ้า,โหลดเพลง ดาวค้างฟ้า


โหลดเพลงคลิ้กที่นี่ไวสุดๆ 

บทความที่ได้รับความนิยม

TEAMBANGBAHTCLUB. ขับเคลื่อนโดย Blogger.